a">

คู่มือการใช้งาน arnPDF

แบบทีละขั้น พร้อมภาพประกอบ เขียนสำหรับคนที่แค่อยากทำเอกสารให้เสร็จ ไม่มีศัพท์เทคนิค

อยากลองทำตามไหม คู่มือนี้ส่วนใหญ่ใช้เอกสารชุดนี้ · ทุกอย่างในนั้นเป็นเรื่องสมมติ ลองทำอะไรก็ได้ไม่ต้องกังวล · หัวข้อ 3 และ 4 ใช้หนังสือสมมติที่ไม่ได้แจกไว้ตรงนี้ — แต่ใช้ไฟล์ PDF ของคุณเองแทนได้ และ Book scan ก็ลองฟรีกับหนังสือที่คุณถ่ายมาเองได้อยู่แล้ว

ใบเสนอราคา สัญญาจ้าง (2 หน้า) ใบเสร็จรับเงิน ฟอร์มกรอกได้ เอกสารสแกน (ไว้ลอง OCR)

ป้ายสีบอกว่าฟีเจอร์นั้นอยู่ในแผนไหน · หลักคิดคือ อ่านฟรี มาร์กอัปฟรี ส่วนที่ผลิตไฟล์ใหม่ออกมาคือส่วนที่ต้องจ่าย

  • ฟรี อยู่ในรุ่นฟรี ใช้ได้ตลอด ไม่ต้องมีไลเซนส์
  • Standard ต้องใช้แผน Standard
  • Professional ต้องใช้แผน Professional

ฟีเจอร์ที่ต้องจ่ายทั้งหมด ทดลองใช้ได้ 60 วัน ไม่ต้องใช้บัตร ไม่ต้องสมัครสมาชิก · ดูหัวข้อ 17

1. เริ่มต้นใช้งาน ฟรี

เปิด arnPDF ขึ้นมาโดยยังไม่มีเอกสาร จะเจอหน้านี้ ทุกอย่างบนหน้านี้คือทางเข้าใช้งาน

หน้าจอเริ่มต้นของ arnPDF
หน้าเริ่มต้น — ลากไฟล์มาวาง หรือกดปุ่มก็ได้

เปิดไฟล์ PDF — ทำได้ 3 ทาง ฟรี

  1. ลากไฟล์จากโฟลเดอร์มาวางบนหน้าต่าง arnPDF ได้เลย · ลากมาทีละหลายไฟล์ก็ได้ แต่ละไฟล์จะเปิดเป็นแท็บของตัวเอง
  2. กดปุ่มแดง “Open PDF” แล้วเลือกไฟล์
  3. ดับเบิลคลิกไฟล์ PDF ใน Windows — ถ้าตอนติดตั้งได้ติ๊กให้เปิดไฟล์ PDF ด้วย arnPDF ไว้

สร้าง PDF ขึ้นมาใหม่ ฟรี

ปุ่ม 4 อันใต้หัวข้อ CREATE A NEW PDF ใช้แปลงของอย่างอื่นให้เป็น PDF — รูปหรือไฟล์สแกนในเครื่อง, หน้าจากเครื่องสแกน, ภาพจากกล้องเว็บแคม, หรือรวมไฟล์ PDF หลายไฟล์เข้าด้วยกัน

บันทึกงาน ฟรี

Ctrl S คือบันทึกทับไฟล์เดิม ส่วน File ▸ Save As จะเก็บไฟล์เดิมไว้แล้วเขียนไฟล์ใหม่ — **ครั้งแรกที่ลองอะไรใหม่ ใช้ Save As ไว้ก่อน** จะได้มีไฟล์ต้นฉบับให้กลับไปเสมอ

ไฟล์ของคุณไม่เคยออกจากเครื่อง arnPDF ทำงานทุกอย่างในเครื่องคุณเอง ไม่มีการอัปโหลดมาหาเรา ข้อยกเว้นเดียวคือฟีเจอร์ AI ซึ่งคุณเป็นคนเปิดเองและมีบอกไว้ชัดเจน

ทางออกอื่นของเอกสาร Standard

แท็บ File มีอีกสองอย่างที่ผลิตไฟล์ออกมา แทนที่จะเปิดไฟล์เข้ามา

  • Compress — ทำให้ไฟล์เล็กลงด้วยการเข้ารหัสรูปภาพในไฟล์ใหม่ · เอกสารสแกนแทบทั้งหมดเป็นรูปภาพ จึงได้ผลมากที่สุด ส่วนเอกสารที่เป็นตัวหนังสือล้วนแทบไม่ลด · โปรแกรมจะบอกขนาดก่อนและหลังให้ตัดสินใจเองว่าคุ้มไหม
  • Images — บันทึกแต่ละหน้าออกมาเป็น PNG หรือ JPEG · ใช้ตอนที่ปลายทางต้องการภาพของหน้า ไม่ใช่ตัวหน้า เช่น สไลด์ แชท หรือเว็บ

ส่วนที่แท็บ Home ปุ่ม Info แสดงสิ่งที่ไฟล์บอกเกี่ยวกับตัวเอง — ชื่อเรื่อง ผู้เขียน วันที่สร้าง และสร้างด้วยโปรแกรมอะไร · ควรดูก่อนส่งเอกสารต่อ เพราะช่องผู้เขียนมักยังเป็นชื่อคนที่ทำเทมเพลตไว้ตั้งแต่แรก ฟรี

2. อ่านและค้นหา ฟรี

แท็บ Home
แท็บ Home — เลื่อนดู ย่อ-ขยาย และแผงด้านข้าง · ตอนนี้ริบบอนมีแท็บ Read เพิ่มเข้ามาแล้ว ดูหัวข้อ 3

ย่อ-ขยาย ฟรี

  • Ctrl ค้างไว้แล้วหมุนล้อเมาส์ — เร็วที่สุด
  • Fit ให้เต็มความกว้าง · Page ให้เห็นทั้งหน้า · 100% ขนาดจริง
  • Loupe คือแว่นขยายที่วิ่งตามเมาส์ — มีประโยชน์กับตัวหนังสือเล็ก ๆ ในสัญญา

เลื่อนหน้าที่ใหญ่เกินหน้าต่าง ฟรี

พอซูมเข้ามากพอ หน้ากระดาษจะเลยขอบหน้าต่างออกไป · ปุ่ม Hand ใช้เปิดเครื่องมือมือ — เปิดไว้แล้วลากตรงไหนของหน้าก็ได้ หน้าจะเลื่อนตามแทนการเลือกข้อความ · ถ้าลากด้วยปุ่มกลางเมาส์ก็ได้ผลเหมือนกัน โดยไม่ต้องเปิดอะไรเลย (ทำได้มาตั้งแต่แรกแล้ว)

ปุ่มมือมีอยู่ 2 ที่ และเป็นสวิตช์ตัวเดียวกัน — Home ▸ Zoom ถัดจาก Loupe และรูปมือเล็ก ๆ บนแถบสถานะ

ปุ่ม Hand ในกลุ่ม Zoom ของแท็บ Home
Home ▸ Zoom — Fit, Page, 100%, Loupe แล้วก็ Hand
แถบสถานะด้านขวา — ปุ่มหมุด ปุ่มมือ และรูปแบบการอ่าน
แถบสถานะด้านขวาสุด — ปักหมุด, รายการหมุด, มือ, แล้วตามด้วยรูปแบบการอ่าน 4 แบบ และปุ่มย่อ-ขยาย

ค้นหาคำ ฟรี

  1. กด Ctrl F แล้วพิมพ์คำที่หา
  2. F3 ไปคำถัดไป · Shift Enter ย้อนกลับ

ถ้าค้นหาแล้วไม่เจออะไรเลยทั้งที่มองเห็นตัวหนังสือชัด ๆ แทบจะแน่นอนว่าเป็นไฟล์สแกน คือเป็น “ภาพของตัวหนังสือ” ไม่ใช่ตัวหนังสือจริง — ดูวิธีแก้ในหัวข้อ 10

แผงด้านข้าง ฟรี

Pages แสดงภาพย่อของทุกหน้า คลิกเพื่อกระโดดไปหน้านั้น หรือลากเพื่อสลับลำดับ · Bookmarks คือสารบัญของเอกสาร (ถ้ามี) · Signatures คือรายการลายเซ็นดิจิทัลและสถานะว่ายังใช้ได้อยู่ไหม

3. อ่านแบบหนังสือ ฟรี

เอกสารสัญญาที่ต้องนั่งตรวจ กับหนังสือที่นั่งอ่าน เป็นงานคนละแบบกัน · แท็บ Read รวมทุกอย่างของแบบหลังไว้ที่เดียว และทั้งหมดอยู่ในรุ่นฟรี

แท็บ Read
แท็บ Read — อ่านเต็มจอ, รูปแบบการวางหน้า, การจับคู่หน้าของเล่มนี้, หมุดและการอ่านต่อ, และหนังสือสแกน

อ่านเต็มจอ ฟรี

  1. กด F11 หรือไปที่ Read ▸ Read · ริบบอน แผงข้าง และกรอบหน้าต่างจะหายไปหมด เหลือหน้ากระดาษเต็มจอ
  2. พลิกหน้าโดยลากที่ขอบกระดาษ หรือคลิกด้านข้างจอ · จะใช้ปุ่ม ก็ได้
  3. ปุ่ม Two pages และ One page บนแถบด้านบน ใช้สลับระหว่างแบบหน้าคู่กับหน้าเดี่ยว
  4. กด Esc เพื่อปิด แล้วกลับมาที่เดิม · กด F11 ซ้ำก็ได้ผลเหมือนกัน

การพลิกหน้าเป็นการม้วนกระดาษจริง ๆ ไม่ใช่พลิกแผ่นแบน ๆ · รอยพับวิ่งตามจุดที่คุณจับไว้ และเงาก็ขยับตามไปด้วย

โหมดอ่านเต็มจอ ขณะกำลังพลิกหน้า
จับภาพตอนกระดาษกำลังพลิก — แผ่นกระดาษโค้งตรงที่ม้วน หน้าถัดไปปรากฏบนแผ่นนั้นแล้ว และเงาทอดลงบนหน้าที่อยู่ข้างใต้

รูปแบบการวางหน้า ฟรี

ปุ่ม 3 อันใต้หัวข้อ รูปแบบการอ่าน กำหนดว่าหน้าต่างปกติจะวางหน้ายังไง และตัวอ่านเต็มจอก็ใช้ค่าเดียวกัน · ปุ่มชุดนี้อยู่ที่แถบสถานะด้านขวาสุดด้วย

ปุ่มทำอะไร
One pageทีละหน้า แบบที่โปรแกรมอ่าน PDF ทั่วไปแสดง
Two pagesสองหน้าวางเคียงกัน จับคู่ตั้งแต่หน้าแรก
Bookสองหน้าวางเคียงกัน แต่ให้หน้าต้นเล่มอยู่เดี่ยว ๆ ก่อน เหมือนเปิดหนังสือจริง

การจับคู่หน้าของเล่มนี้ ฟรี

“ปกอยู่เดี่ยว แล้วค่อย 2–3, 4–5” เป็นจริงกับหนังสือบางเล่มเท่านั้น · หนังสือที่สแกนมามักมีทั้งปกหน้าและปกใน ซึ่งอยู่เดี่ยวทั้งคู่ก่อนจะเริ่มเป็นหน้าคู่ · ถ้าเริ่มจับคู่ผิดหน้า หน้าคู่ทั้งเล่มจะเคลื่อนไปหนึ่งหน้า แล้วหน้าจะไม่บรรจบกันตรงสัน

  • Single pages at the front คือจำนวนนั้น — 0 สำหรับเล่มที่เปิดมาเป็นหน้าคู่เลย, 1 คือมีปก, 2 คือมีปกและปกใน, 3 สำหรับกรณีอื่น
  • Right to left ใช้กับมังงะญี่ปุ่น — หน้าที่มาก่อนของแต่ละคู่คือหน้าขวา และพลิกหน้าไปอีกทาง · นอกนั้นใช้ Left to right
  • ทั้งสองอย่างจำแยกรายไฟล์ เล่มถัดไปที่เปิดจึงตั้งค่าคนละแบบได้
ตัวเลือกจำนวนหน้าเดี่ยวตอนต้นเล่ม
มีให้เลือก 4 แบบ และมีทิศทางการอ่านอยู่ข้าง ๆ · เล่มนี้มีปกและปกใน จึงตั้งไว้ที่ 2

วิธีนี้ไม่แตะไฟล์เลย · การแทรกหน้าว่างเพื่อดันให้หน้าคู่ตรงกัน จะทำให้เลขหน้าหลังจากนั้นเลื่อนทั้งเล่ม และต้องมาเอาออกทีหลัง · ส่วนการตั้งจำนวนหน้าเดี่ยวตอนต้นเล่มไม่เปลี่ยนอะไรในไฟล์ PDF เลย

ปักหมุดหน้า ฟรี

หมุดก็คือกระดาษคั่นหนังสือ — หน้าที่คุณอยากกลับมาหาได้

  1. Ctrl B ปักหมุดหน้าที่เปิดอยู่ · ปุ่ม Read ▸ Pin page และปุ่มหมุดที่แถบสถานะทำอย่างเดียวกัน · กดซ้ำเพื่อเลิกปัก
  2. Read ▸ Pinned แสดงหมุดทั้งหมดของไฟล์นี้ · คลิกเพื่อกระโดดไปหน้านั้น
รายการหน้าที่ปักหมุดไว้
เล่มนี้ปักหมุดไว้ 2 หน้า · รายการเดียวกันเปิดได้จากปุ่มหมุดบนแถบสถานะ และปุ่ม “Remove all pins” ใช้ล้างหมุดทั้งหมด

หมุดไม่ใช่แผง Bookmarks · แผง Bookmarks ทางซ้ายคือสารบัญของเอกสารเอง ซึ่งคนทำ PDF เป็นคนใส่มา และไม่มีอะไรเปลี่ยนไป · ส่วนหมุดเป็นของคุณ เก็บแยกรายไฟล์ไว้ในเครื่องคุณ ไม่มีการแก้ไฟล์ PDF จึงใช้กับไฟล์ที่เปิดอ่านได้อย่างเดียวก็ยังได้

อ่านต่อจากที่ค้างไว้ ฟรี

เปิด Resume ในกลุ่มเดียวกัน แล้วเอกสารที่กลับมาเปิดใหม่จะเริ่มที่หน้าที่คุณอ่านค้างไว้ แทนที่จะกลับไปหน้าแรก · เหมือนหมุด คือจำแยกรายไฟล์และเก็บไว้ในเครื่องคุณ

4. จัดการหนังสือที่สแกนมา ลองฟรี บันทึก = Standard

ถ่ายรูปหนังสือมา จะได้แผ่นเดียวที่มีสองหน้าอยู่บนนั้น เอียง ๆ พื้นกระดาษออกเทา และมีสันพาดกลาง · Book scan เปลี่ยนของแบบนั้นกลับมาเป็นหน้าเดี่ยว ๆ ตามปกติ

ลองกับหนังสือของคุณเองได้ก่อน และส่วนนั้นฟรี · การเปิดหน้าต่างนี้ ให้ arnPDF ตรวจวัดทั้งเล่ม ไล่ดูทีละแผ่น ลากเส้นแบ่งหน้า และสั่งทับผลที่ตรวจได้ — ทั้งหมดนี้อยู่ในรุ่นฟรี ใช้ได้ทั้งเล่ม ไม่มีอะไรถูกซ่อนไว้ · มีเพียงปุ่ม Save the book ซึ่งเป็นปุ่มที่เขียนไฟล์ใหม่ออกมา ที่ต้องใช้แผน Standard · ไม่มีใครดูจากภาพตัวอย่างแล้วรู้ได้ว่ามันตัดหนังสือของคุณถูกหรือเปล่า เราจึงอยากให้คุณรู้คำตอบนั้นก่อนจ่าย ไม่ใช่หลังจ่าย

  1. เปิดไฟล์ที่สแกนมา แล้วไปที่ Read ▸ Book scan
  2. arnPDF จะวัดให้ทุกแผ่น — สันอยู่ตรงไหน แผ่นเอียงไปเท่าไร และแผ่นนั้นมีรูปทรงเป็นหน้าคู่หรือเปล่า
  3. ไล่ดูทั้งเล่มจากแถบรูปย่อด้านข้าง แล้วแก้เฉพาะที่ผิด
  4. เลือกที่เก็บ แล้วกด Save the book · ไฟล์ที่ได้จะเปิดขึ้นในแท็บใหม่
หน้าต่าง Book scan
แถบซ้ายคือทุกแผ่นของเล่ม พร้อมตัวเลขว่าแผ่นนั้นจะกลายเป็นกี่หน้า · เส้นสีแดงที่มีจุดจับอยู่สองปลายคือแนวสัน ซึ่งวาดทับอยู่บนภาพ · สองช่องตรงกลางคือแผ่นเดียวกัน ก่อนและหลัง
ข้อความบอกว่าอะไรฟรีและอะไรต้องจ่าย ข้างปุ่มบันทึก
บอกไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่ม ไม่ใช่มาบอกตอนจบ และวางไว้ข้างปุ่มที่มันพูดถึงพอดี

มันทำอะไรกับแต่ละแผ่น ฟรี

  • หาสันกลางแล้วตัดตรงนั้น · มันดูทั้งช่องว่างระหว่างเนื้อสองหน้าและเงาในร่องสัน หนังสือที่กดแนบกระจกสแกนจนไม่มีเงาเลยจึงยังตัดถูกที่
  • ดัดให้ตรง สำหรับแผ่นที่วางเอียงตอนสแกน
  • ล้างพื้นกระดาษ — พื้นขาวขึ้น ตัวหนังสือเข้มขึ้น ภาพถ่ายหน้าหนังสือสีเทา ๆ จะกลับมาอ่านเหมือนหน้าหนังสือ · ปรับความเข้มได้ เพิ่มความคมได้ และมีโหมดขาว–ดำล้วนที่ได้ไฟล์เล็กที่สุด

ตรวจก่อนบันทึก ฟรี

แถบด้านข้างมีทุกแผ่นของเล่มเรียงตามลำดับ พร้อมตัวเลขว่าแผ่นนั้นจะกลายเป็นกี่หน้า · คลิกเลือกแผ่น หรือใช้ปุ่มลูกศร แล้วตรงกลางหน้าต่างจะแสดงแผ่นนั้นทั้งก่อนและหลัง วางคู่กันและเลื่อนไปพร้อมกัน

  • เส้นแบ่งหน้าจะวาดทับอยู่บนภาพ · ถ้าตัดผิดที่ให้ลากที่ปลายเส้นข้างใดข้างหนึ่ง เพราะสันหนังสือแทบไม่เคยตั้งฉากพอดี
  • ตัดด้วยสี่มุมแทน ใช้กับแผ่นที่กดให้เรียบไม่ได้ · กำหนดสี่มุมของแต่ละหน้า รวมแปดมุม แล้วแต่ละหน้าจะถูกดึงกลับให้เป็นสี่เหลี่ยม
  • แต่ละแผ่นสั่งเองได้ — ปล่อย As arnPDF finds it, Split this sheet in two, หรือ Keep this sheet whole · โดยไม่กระทบแผ่นอื่นเลย
  • Apply this cut to every sheet จะให้ทั้งเล่มใช้เส้นเดียวกับแผ่นนี้ · และมีปุ่มย้อนกลับอยู่ข้าง ๆ
  • ปุ่มลูกศรขยับมุมที่จับไว้ทีละ 1 พิกเซลของภาพตัวอย่าง · Shift พร้อมลูกศรขยับทีละ 10 · กด Esc เพื่อปล่อยมุมนั้น
โหมดตัดด้วยสี่มุม — สองกรอบสีแดงคร่อมหน้าซ้ายและหน้าขวา โดยมีมุมหนึ่งเป็นสีแดงทึบ
โหมดตัดด้วยสี่มุม กับแผ่นที่ขอบยกหนีกระจกสแกน — ได้กรอบครอบแต่ละหน้าแทนเส้นเดียวตรงกลาง · มุมที่คลิกจะกลายเป็นสีแดงทึบ นั่นคือมุมที่ปุ่มลูกศรจะขยับ และแผงด้านขวาบอกว่ามุมนั้นเป็นของหน้าไหน · ส่วนช่อง After คือสองหน้าที่ถูกดึงกลับเป็นสี่เหลี่ยมเรียบร้อยแล้ว

ปกจะไม่ถูกผ่าครึ่ง · หน้าแนวตั้งสองหน้าที่ถ่ายพร้อมกันจะได้แผ่นแนวนอนหนึ่งแผ่น ดังนั้นแผ่นแนวตั้งในเล่มเดียวกันย่อมไม่ใช่หน้าคู่ — มันคือปก หรือหน้าเดี่ยว · arnPDF ดูรูปทรงของแต่ละแผ่นก่อนเสมอ ก่อนจะตัดอะไร

ไฟล์ที่ได้ Standard

  • ได้เป็น PDF เล่มใหม่ หรือรูป PNG / JPEG
  • รวมทั้งเล่มเป็นไฟล์เดียว, แยกไฟล์ละหน้า, หรือไฟล์ละหนึ่งหน้าคู่เดิม
  • ไฟล์ต้นทางไม่ถูกแก้ไขเลย · โปรแกรมเขียนไฟล์ใหม่ออกมา แล้วปล่อยไฟล์สแกนเดิมไว้อย่างนั้น

5. คอมเมนต์และมาร์กอัป ฟรี

แท็บนี้ไว้ทำงานกับเอกสารของคนอื่น — ไฮไลต์ วาดทับ และแปะโน้ต · ทั้งหมดอยู่ในรุ่นฟรี

แท็บ Comment
แท็บ Comment พร้อมไฮไลต์ที่ทำไว้หนึ่งบรรทัดในใบเสนอราคา · ชุดสีและ Width ทางขวาใช้กับสิ่งที่กำลังจะวาด หรือกับวัตถุที่เลือกอยู่

ไฮไลต์ข้อความ ฟรี

ทำได้ 2 ทาง เป็นทางเลือกกัน ใช้ทางไหนก็ได้ตามแต่ย่อหน้าที่อยู่ตรงหน้า

  1. หยิบเครื่องมือก่อน — กด Highlight (หรือ Underline / Strike) แล้วลากคลุมคำ · เครื่องมือจะยังอยู่ในมือ ทำต่อได้ทีละบรรทัดเรื่อย ๆ · กด Esc เพื่อวางเครื่องมือลง
  2. หรือเลือกข้อความก่อน แล้วค่อยบอกว่าจะทำเครื่องหมายแบบไหน — กด Highlight บนริบบอน หรือคลิกขวาแล้วเลือก “ไฮไลต์ข้อความที่เลือก”

Highlight เป็นเครื่องมือ 3 แบบอยู่ใต้ปุ่มเดียวกัน · ลูกศรเล็ก ๆ ใต้ปุ่มเปิดอีกสองแบบ · Highlight Text คือแบบข้างบน — มันจับตัวหนังสือที่มีอยู่จริงในไฟล์ · Highlight Area ลากกล่องคลุมอะไรก็ได้ ใช้กับไฟล์สแกนที่ไม่มีตัวหนังสือให้จับ · Free Highlight ระบายมือเปล่าเหมือนปากกาไฮไลต์จริง ๆ

ไฮไลต์บนข้อความภาษาไทย เป็นแถบเดียวเรียบเสมอกัน
แถบเดียวเรียบเสมอกันตลอดบรรทัด · สระและวรรณยุกต์ที่อยู่บนและล่างตัวอักษรไม่ทำให้มันแตกเป็นชิ้น ๆ

เครื่องหมายเป็นของตัวหนังสือ ไม่ใช่ของหน้ากระดาษ · ไฮไลต์ ขีดเส้นใต้ และขีดฆ่า จะเกาะอยู่บนข้อความที่ทำไว้เป๊ะ ๆ ลากออกไปไม่ได้ จึงไม่มีทางกลายเป็นไฮไลต์ที่ระบายอยู่บนกระดาษเปล่า · แต่ละบรรทัดที่เลือกได้แถบเดียวเรียบเท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่สระและวรรณยุกต์ไทยไม่ทำให้ไฮไลต์แตกเป็นกล่องเล็ก ๆ เรียงกันอีกต่อไป

รูปทรง ลูกศร และวาดมือเปล่า ฟรี

Box, Oval, Line, Arrow, Cloud, Polygon และ Draw ใช้เหมือนกันหมด — เลือกเครื่องมือแล้วลากบนหน้ากระดาษ · Cloud คือเส้นหยักที่ออฟฟิศไทยชอบใช้วงส่วนที่ต้องแก้

โน้ต ข้อความ และตราประทับ ฟรี

  • Note — โน้ตติดกระดาษ · คลิกตรงที่ต้องการแล้วพิมพ์ · บนหน้าเหลือไว้แค่หมุดเล็ก ๆ ส่วนข้อความรออยู่ให้คนที่เปิดไฟล์ต่อ
  • Text — กล่องข้อความแบบพิมพ์ดีด · คลิกที่ว่างแล้วพิมพ์ลงบนหน้าได้เลย · ใช้อันนี้กรอกฟอร์มที่ไม่มีช่องกรอกจริงอยู่ข้างใน
  • Sign — ภาพลายเซ็นของคุณเอง · วาดด้วยเมาส์ พิมพ์เอา หรือใช้รูปถ่ายลายเซ็นก็ได้ แล้ววางลงบนหน้า
  • Stamp — ตราสำเร็จรูป (APPROVED, ด่วน, เครื่องหมายถูก) และตราที่คุณเพิ่มเองได้ ทั้งจากรูปภาพและแบบตราข้อความที่มีกรอบสี่เหลี่ยมหรือริบบิ้นล้อม · ตั้งความโปร่งใสก่อน แล้วลากบนหน้ากระดาษ · ตราที่สร้างเองจัดกลุ่มและลบออกจากคลังได้

แก้ของที่วาดไปแล้ว ฟรี

  • คลิกหนึ่งครั้งเพื่อเลือก · ลากตรงกลางเพื่อย้าย · ลากจุดมุมเพื่อปรับขนาด · ลากปุ่มสีเขียวเพื่อหมุน
  • ขณะที่เลือกอยู่ กดสีหรือเลื่อน Width จะเปลี่ยนวัตถุนั้นทันที
  • ปุ่มลูกศรขยับทีละนิด · กด Shift ค้างไว้จะขยับทีละมาก
  • Delete ลบทิ้ง · Ctrl Z ย้อนกลับได้เสมอ

ไฮไลต์ ขีดเส้นใต้ และขีดฆ่า เป็นข้อยกเว้น — คลิกเลือกได้ ปรับสีและความจางได้เหมือนเดิม แต่ไม่มีจุดจับและย้ายไม่ได้ เพราะตั้งใจให้ติดอยู่กับคำของมัน

วางรูปภาพลงบนหน้ากระดาษ ฟรี

Picture ที่อยู่ข้าง ๆ Stamp จะถามหาไฟล์รูป แล้ววางลงบนหน้าโดยคงสัดส่วนของรูปเอง · รูปถ่ายใบเสร็จ ตราบริษัท แปลนห้อง ภาพที่มีคนส่งมาในแชต — อะไรก็ตามที่ต้องวางทับเอกสาร ไม่ใช่มาแทนที่เอกสาร

  • ลากที่มุมจะคงสัดส่วนให้เอง เพราะรูปถ่ายที่ถูกบีบจนเบี้ยวแทบไม่เคยเป็นสิ่งที่ใครต้องการ · ถ้าอยากยืดอิสระจริง ๆ ให้กด Shift ค้างไว้ตอนลาก · อันนี้ตั้งใจให้ตรงข้ามกับกล่องหรือวงรี ที่มุมลากได้อิสระและ Shift คือตัวบังคับให้เป็นจัตุรัส
  • ปุ่มสีเขียวใช้หมุน · กด Shift ตอนหมุนจะขยับทีละ 15° ซึ่งเป็นวิธีทำให้มันกลับมาตรงเป๊ะอีกครั้ง
  • ใส่เส้นขอบได้ · เปิด Properties (คลิกขวา ▸ Properties) แล้วตั้งสีเส้น ความหนา และรูปแบบเส้น · เส้นขอบจะโตออกข้างนอก รูปข้างในยังขนาดเท่าเดิมเป๊ะ เส้นที่หนาขึ้นจึงไม่กินเนื้อรูป
  • คลิกขวา ▸ Reset picture shape คืนขนาดและสัดส่วนตอนที่รูปเข้ามาครั้งแรก และล้างการครอปไปพร้อมกัน · เป็นทางออกจากการลากผิดไปกี่ครั้งก็ตาม

ครอปรูป ฟรี

คลิกขวาที่รูปแล้วเลือก Crop picture… · จุดจับจะเปลี่ยนสี และส่วนที่กำลังจะถูกตัดออกจะไม่หายไป — มันยังอยู่บนจอ แบบจาง ๆ อยู่หลังส่วนที่จะเก็บไว้ · นี่คือหัวใจของมัน คุณเห็นสิ่งที่กำลังจะทิ้งในขณะที่ยังตัดสินใจอยู่

  1. ลากจุดจับเข้าข้างในเพื่อตัด หรือลากออกข้างนอกเพื่อเอาส่วนที่ซ่อนไว้กลับคืนมา
  2. กด Enter หรือคลิกที่ไหนก็ได้นอกรูป ถือว่ารับการครอปนั้น — เหมือนใน Word
  3. คลิกขวา ▸ Edit crop… เพื่อกลับมาแก้ขอบใหม่ทีหลัง

ไม่มีอะไรถูกทิ้งจริง · รูปทั้งใบถูกเก็บไว้ในไฟล์ PDF ส่วนการครอปเป็นแค่คำบอกว่าจะให้เห็นเท่าไหร่ · ลากจุดจับออกไปใหม่ ส่วนที่เหลือของรูปก็ยังอยู่ — สัปดาห์หน้า บนเครื่องอื่น หรือหลังจากบันทึก ปิด แล้วเปิดใหม่ · แลกด้วยขนาดไฟล์นิดหน่อย และได้คืนมาคือทุกการครอปที่วันหลังคุณจะเสียดาย

วางและลากของเข้ามา ฟรี

ไม่จำเป็นต้องผ่านปุ่ม Picture เสมอไป · กด Ctrl V ขณะเปิดเอกสารอยู่ จะวางสิ่งที่อยู่ในคลิปบอร์ดลงบนหน้าเป็นวัตถุที่ย้าย ย่อขยาย และลบได้:

  • รูปกลายเป็นรูป — ใช้ได้ทุกอย่างข้างบน ทั้งจุดมุม การหมุน เส้นขอบ และการครอป
  • ข้อความกลายเป็นกล่องข้อความที่ย้ายไปมาได้ ไม่ใช่ก้อนตัวหนังสือที่เชื่อมติดหน้ากระดาษ
  • การก๊อปรูปจากเบราว์เซอร์จะใส่ของหลายอย่างลงคลิปบอร์ดพร้อมกัน ทั้งตัวรูป โค้ด HTML และที่อยู่ของรูป · arnPDF เลือกเอารูป ไม่ใช่ที่อยู่เว็บ

การลากไฟล์มาวางบนเอกสารที่เปิดอยู่ก็ทำงานแบบเดียวกัน และใช้กฎเดียว — รูปภาพลงบนหน้าตรงที่วาง · ไฟล์ PDF เปิดเป็นแท็บของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่การลาก PDF มาวางบน arnPDF ทำมาตลอด · อย่างอื่นถูกแนบเข้าไปในเอกสาร แบบเดียวกับที่ Acrobat ทำ · ลากรูปมาหลายใบพร้อมกันจะวางเรียงต่อกัน ไม่ทับกันอยู่จุดเดียว

เอาเมาส์ไปชี้อะไรบนหน้าก็ได้ แล้วมันจะบอกว่าทำอะไรกับมันได้บ้าง · ชี้ที่คอมเมนต์ รูปทรง หรือรูปภาพ จะขึ้นบรรทัดหนึ่งบอกเรื่องจุดจับ ปุ่มหมุน และ Shift เปลี่ยนอะไรตอนลากที่มุม · ปุ่มพวกนี้มองยังไงก็ไม่รู้ และจังหวะที่ต้องใช้คือจังหวะที่มือจับจุดจับอยู่แล้ว — ซึ่งไม่ใช่จังหวะที่ใครจะไปเปิดหน้ารวมคีย์ลัดอ่าน

คอมเมนต์เหล่านี้เป็นคอมเมนต์ PDF ของจริง บันทึกแล้วเปิดด้วย Acrobat, Foxit หรือเบราว์เซอร์ ไฮไลต์และโน้ตยังอยู่ครบและแก้ต่อได้ ไม่ใช่ภาพที่ระบายทับลงไปบนหน้า

6. แก้ข้อความบนหน้ากระดาษ Standard

แท็บ Edit
แท็บ Edit · มีแค่สามปุ่ม — การแก้ข้อความคือการดับเบิลคลิกที่บรรทัดที่เลือกไว้ ไม่ใช่ปุ่มแยก

คอมเมนต์คือสิ่งที่วางทับหน้ากระดาษ · แท็บ Edit เป็นคนละเรื่อง — มันแก้ตัวหน้ากระดาษเอง คือคำที่มีอยู่ตั้งแต่ตอนสร้างเอกสาร

  • Select — คลิกสิ่งที่หน้ากระดาษประกอบขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นบรรทัดข้อความ รูปภาพ เส้น หรือกล่อง · จะมีกรอบสีน้ำเงินขึ้นมาพร้อมปุ่มกลมสีเขียวด้านบน · ลากกรอบเพื่อย้าย ลากมุมเพื่อย่อ-ขยาย ลากปุ่มกลมเพื่อหมุน (กด Shift ค้างไว้จะหมุนทีละ 15°) กด Delete เพื่อลบ
  • ดับเบิลคลิกที่บรรทัดที่เลือกไว้ แล้วพิมพ์ทับได้เลย · ไม่มีปุ่มแยกสำหรับเรื่องนี้ — การแก้ข้อความคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคลิกซ้ำที่บรรทัดที่เลือกอยู่ · ข้อความใหม่จะใช้ฟอนต์ ขนาด และสีเดิม และจะมีแถบรูปแบบขึ้นมาให้ปรับ
  • Add Text — คลิกที่ว่างแล้วพิมพ์ · ใช้ตอนที่ตรงนั้นไม่มีข้อความให้แก้อยู่แล้ว
  • Cover — ทาทับด้วยสีอะไรก็ได้ ใช้ตอนที่แค่อยากให้มองไม่เห็น ไม่ได้ต้องการให้หายไปจากไฟล์

ภาษาไทยออกมาถูกต้อง การแก้ข้อความไทยยากกว่าที่คิด เพราะสระและวรรณยุกต์ต้องเกาะอยู่บนพยัญชนะ ไม่ใช่ลอยอยู่ข้างบน · arnPDF จัดวางให้ถูกและยังค้นหาเจอเหมือนเดิม · ถ้าเคยลองในโปรแกรมอื่นแล้วสระลอยผิดที่ ลองที่นี่ดู

ถ้าต้องการให้ข้อความหายไปจริง ๆ นี่ไม่ใช่เครื่องมือที่ถูก · Cover คือการบัง ส่วน Edit Text คือการแทนที่ · ทั้งคู่ไม่เท่ากับการเอาข้อมูลออกจากไฟล์ที่จะส่งให้คนอื่น — อันนั้นคือ Redact ในหัวข้อ 14

7. จัดการหน้ากระดาษ ฟรี

แท็บ Pages
แท็บ Pages จัดการตัวกระดาษ — หมุน แทรก ลบ แยก และรวม · กลุ่ม Decorate และ Recognise ทางขวาสุดคือหัวข้อ 9 และ 10 ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องใช้แผน Standard
ปุ่มทำอะไรแผน
Rotate L / Rหมุนหน้า 90 องศา · ใช้แก้ไฟล์สแกนที่ออกมาตะแคงฟรี
Insertแทรกหน้าจากไฟล์ PDF อื่นเข้ามาในตำแหน่งที่เลือกฟรี
Extractคัดหน้าที่เลือกออกไปเป็นไฟล์ใหม่ โดยไฟล์เดิมไม่เปลี่ยนฟรี
Deleteลบหน้าทิ้งฟรี
Cropตัดขอบออก · ลากคลุมพื้นที่ แล้วกด Enter เพื่อยืนยัน หรือ Esc เพื่อยกเลิกฟรี
Merge / Splitรวมหลายไฟล์เป็นไฟล์เดียว หรือตัดไฟล์เดียวออกเป็นหลายไฟล์ฟรี
Watermark, Header / No., Manageดูหัวข้อ 9Standard
OCRดูหัวข้อ 10Standard

ถ้าแค่อยากสลับลำดับหน้า ให้ลากภาพย่อขึ้น-ลงในแผง Pages ทางซ้ายได้เลย

8. ปรับหน้า — หมุน พลิก ตั้งตรง ครอบตัด หมุน พลิก ครอบตัด: ฟรี ตั้งตรง ยืดมุม: Standard

หน้าต่าง Adjust pages
กลุ่มปุ่มแบ่งตามสิ่งที่มันทำกับแผ่นกระดาษ · บรรทัดล่างสุดคือสิ่งที่สำคัญ — ทุกอย่างเหนือ Stretch corners ไม่ทำให้คุณภาพเสีย

Pages ▸ Adjust pages เปิดหน้าต่างเดียวที่รวมทุกอย่างที่เปลี่ยนรูปทรงของหน้า — หมุน พลิก ตั้งหน้าที่สแกนเบี้ยวให้ตรง ครอบตัดขอบ และยืดให้เป็นขนาดกระดาษอื่น · เลือกได้ในหน้าต่างเดียวกันว่าจะให้มีผลกับหน้าไหนบ้าง

  • Rotate และ Flip — หมุนทีละ 90° และพลิกกลับด้าน
  • Straighten Standard — สำหรับหน้าที่เข้าสแกนเนอร์เอียงไปนิดหน่อย · โปรแกรมหามุมให้เอง และคุณแก้ตัวเลขเองได้
  • Crop — ตัดขอบทิ้ง หรือตัดให้เหลือเฉพาะส่วนที่ต้องการ
  • Stretch corners Standard — ลากมุมทั้งสี่ของแผ่นเพื่อดึงให้กลับเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก · ใช้กับหน้าที่ถ่ายรูปมาเอียง จนกระดาษออกมาเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูแทนที่จะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ลองได้ทั้งสองอย่างก่อนจ่าย · หน้าต่างเปิดได้บนแผนฟรี ดูตัวอย่างได้ทุกหน้า วัดมุมเองได้ ลากมุมกระดาษได้ — ทั้งหมดนี้กับเอกสารของคุณเอง · จะถามเรื่องแผนก็ตอนกด Apply เท่านั้น และเฉพาะตอนที่สิ่งที่รออยู่คือการตั้งตรงหรือยืดมุม · ส่วนหมุน พลิก และครอบตัด ไม่ถามเลย

สามอย่างที่เปลี่ยนรูปทรงให้ทำทีละอย่าง · Straighten, Crop และ Stretch ต่างก็ย้ายตำแหน่งหมึกบนหน้า การซ้อนสองอย่างในครั้งเดียวจึงเป็นการเอาตัวเลขของอันที่สองไปวัดกับหน้าที่ขยับไปแล้ว — วัดได้คลาดเกือบ 6 มม. บนหน้าที่หมุนไป 3° · ทำทีละอย่าง ดูผล แล้วค่อยทำอันถัดไป

Stretch เป็นอันเดียวที่เสียคุณภาพ · อย่างอื่นในนี้แค่ขยับหน้าโดยไม่แตะสิ่งที่วาดอยู่ ส่วน Stretch ต้องเรนเดอร์ใหม่ ตัวหนังสือจึงนุ่มลงเล็กน้อย · หน้าต่างจะเตือนก่อนใช้

9. ลายน้ำ หัว-ท้าย และเลขหน้า Standard

ลายน้ำแบบข้อความล้วนใช้ได้ฟรี · จะพิมพ์คำว่า “ฉบับร่าง” พาดทั้งหน้าก็ไม่มีค่าใช้จ่าย · สิ่งที่ต้องใช้แผน Standard คือลายน้ำแบบรูปภาพ (เช่น โลโก้บริษัท), หัว-ท้ายกระดาษและเลขหน้า, และหน้าต่าง Manage ที่ใช้ถอดของพวกนี้ออก

ใส่ลายน้ำ ข้อความ: ฟรี รูปภาพ: Standard

  1. ไปที่ Pages ▸ Watermark
  2. พิมพ์ข้อความ เช่น ฉบับร่าง ห้ามเผยแพร่ CONFIDENTIAL หรือสลับไปที่ Image เพื่อใช้โลโก้บริษัท
  3. ตั้งขนาด สี ความจาง และมุมเอียง · ภาพพรีวิวทางขวาจะอัปเดตตามทันที
  4. เลือกว่าจะใส่ All ทุกหน้า, Current เฉพาะหน้านี้, หรือ Range ระบุช่วง เช่น 1-3, 5 แล้วกด Apply
หน้าต่างใส่ลายน้ำ
ปรับได้ทุกอย่าง และพรีวิวเป็นหน้าจริง จะได้เห็นก่อนว่าลายน้ำไปทับอะไรสำคัญหรือเปล่า

หัวกระดาษ ท้ายกระดาษ และเลขหน้า Standard

Pages ▸ Header / No. ใส่ข้อความบนหัวหรือท้ายทุกหน้า และใส่เลขหน้าได้

หน้าต่างหัว-ท้ายกระดาษและเลขหน้า
หน้าต่างเดียวทำได้ทั้งสามอย่าง — เลือก Header, Footer หรือ Page number ด้านบน แล้วพรีวิวจะแสดงหน้าจริง

ใส่แล้วลบออกได้ Pages ▸ Manage จะแสดงรายการลายน้ำ หัว-ท้าย และเลขหน้าทั้งหมดในเอกสาร และลบอันไหนก็ได้ · โปรแกรม PDF ส่วนใหญ่พ่นสิ่งเหล่านี้ลงไปถาวร — ถ้าคุณเคยใส่ลายน้ำผิดไฟล์แล้วต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด นี่คือความต่าง

หน้าต่างจัดการลายน้ำและหัว-ท้าย
Pages ▸ Manage แสดงรายการสิ่งที่ใส่เข้าไปในเอกสารนี้ — ในภาพคือลายน้ำ CONFIDENTIAL หนึ่งอัน — และปุ่ม Remove ใช้ถอดออก

10. OCR — ทำไฟล์สแกนให้ค้นหาได้ Standard

ไฟล์สแกนคือภาพถ่ายของกระดาษ คุณมองเห็นตัวหนังสือ แต่คอมพิวเตอร์ไม่เห็น ค้นหาจึงไม่เจอ และเลือกคัดลอกข้อความไม่ได้ · OCR จะอ่านภาพนั้นแล้ววางข้อความล่องหนซ้อนไว้ที่ตำแหน่งเดิมเป๊ะ ๆ

  1. เปิดไฟล์สแกน แล้วไปที่ Pages ▸ OCR
  2. ติ๊กภาษาที่มีในเอกสาร · เอกสารไทยให้ติ๊กทั้งไทยและอังกฤษ เพราะแทบทุกฉบับมีภาษาอังกฤษปนอยู่
  3. กด Run OCR แล้วรอ · เอกสารยาวใช้เวลาหน่อย เพราะมันอ่านทีละหน้า
  4. บันทึก · ทีนี้ Ctrl F ค้นหาเจอแล้ว และเลือกคัดลอกข้อความได้
หน้าต่าง OCR
ไทยและอังกฤษติดตั้งมาให้แล้ว ภาษาอื่นกดดาวน์โหลดเพิ่มได้

หน้าตาเอกสารไม่เปลี่ยนเลย OCR ไม่ได้วาดอะไรใหม่ ข้อความที่เพิ่มเข้าไปล่องหนและอยู่ข้างใต้ · ถ้าผลออกมามีช่องว่างแทรกกลางคำไทย ให้ติ๊ก “ใช้ AI ช่วยจัดข้อความ” ซึ่งต้องตั้งค่า AI ใน Settings ก่อน

11. ฟอร์ม — กรอกและสร้าง กรอก: ฟรี สร้าง: Standard

มีสองแท็บแยกกัน และแท็บที่คุณอยู่คือโหมดที่คุณอยู่ · Fill form ไว้กรอกฟอร์มที่คนอื่นส่งมา · Form design ไว้สร้างฟอร์มขึ้นมาเอง · ของในแท็บออกแบบจะไม่ทำงานพลาดขึ้นมาระหว่างที่คุณกำลังกรอก และพอออกจากแท็บออกแบบก็กลับไปโหมดกรอกทันที

กรอกฟอร์มที่คนอื่นส่งมา ฟรี

กรอกฟอร์มในแท็บ Fill form
เปิด Highlight fields ไว้ ทุกช่องที่กรอกได้จึงมีสีแต้ม · คลิกที่ช่องบนหน้ากระดาษแล้วพิมพ์ · แผงทางขวาแสดงทุกช่องในเอกสารพร้อมชื่อ จะได้ไม่มีช่องไหนหลบอยู่ใต้ขอบจอ
  1. เปิดฟอร์มแล้วไปที่แท็บ Fill form
  2. Highlight fields จะไล่แต้มสีทุกช่องที่กรอกได้ และทำเครื่องหมายช่องที่บังคับกรอก · เปิดอันนี้ก่อนเลย เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการรู้ว่าฟอร์มนี้งานเยอะแค่ไหน
  3. คลิกที่ช่องบนหน้าแล้วพิมพ์ หรือไล่ลงไปตามรายการทางขวา · กด Tab เพื่อไปช่องถัดไป
  4. Flatten เขียนคำตอบลงไปถาวร — ช่องกรอกเลิกเป็นช่องกรอก ใครก็แก้ไม่ได้อีก · ทำกับฉบับที่จะส่งออกไป ไม่ใช่ฉบับที่เก็บไว้เอง

Clear form ล้างทุกช่องพร้อมกัน สำหรับตอนเริ่มกรอกฟอร์มเดิมให้อีกคนหนึ่ง

ถ้าแท็บ Fill form เป็นสีเทากดไม่ได้ แปลว่าเอกสารนั้นไม่มีช่องกรอกอยู่ข้างใน เป็นฟอร์มบนกระดาษ ไม่ใช่ฟอร์มในไฟล์ · จะพิมพ์ทับด้วยเครื่องมือ Text ในแท็บ Comment ก็ได้ หรือจะใส่ช่องกรอกจริงให้มันเลยก็ได้ — อยู่ในหัวข้อถัดไป

สร้างฟอร์มขึ้นมาเอง Standard

แท็บ Form design
แท็บ Form design · เลือกชนิดของช่อง แล้วลากกรอบสี่เหลี่ยมบนหน้ากระดาษตรงที่ต้องการ

arnPDF สร้างช่องกรอกได้ 9 ชนิด และเป็นช่อง AcroForm ของจริง — Acrobat, Foxit และเบราว์เซอร์กรอกได้หมด ไม่ใช่แค่ arnPDF

ชนิดช่องใช้ทำอะไร
Textช่องให้พิมพ์ · ถ้าต้องใส่ที่อยู่หรือเหตุผลยาว ๆ ให้ตั้งเป็นหลายบรรทัดในแผงคุณสมบัติ
Check boxช่องติ๊กสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ติ๊กหรือไม่ติ๊ก · ลากให้เล็ก
Radioเลือกได้อันเดียวจากชุด · ตั้งชื่อเหมือนกันให้ทุกปุ่มในชุด นั่นคือสิ่งที่ทำให้มันเลือกได้อันเดียว
Dropdownเลือกหนึ่งตัวเลือกจากรายการที่กางลงมา
Listตัวเลือกแบบเดียวกัน แต่แสดงเป็นรายการเลื่อนดู
Dateช่องข้อความที่จัดรูปแบบเป็น dd/mm/yyyy ไว้ให้แล้ว
Pictureกล่องสำหรับใส่รูป · คนกรอกคลิกแล้วเลือกรูปเอง
Sign fieldที่ว่างไว้เซ็นทีหลัง ตั้งใจให้ว่างไว้
Clear buttonปุ่มล้างฟอร์ม · เป็นการทำงานของปุ่มอย่างเดียวที่โปรแกรมอ่าน PDF ทุกตัวรันจริง

Select ใช้กลับไปหยิบช่องที่วางไปแล้ว — คลิกเพื่อย้าย ปรับขนาด หรือลบ และแก้คุณสมบัติที่แผงขวา · ตั้งชื่อให้ทุกช่องตรงนั้น · ชื่อคือสิ่งที่คำตอบจะถูกส่งกลับมาด้วย ฟอร์มที่ทุกช่องชื่อ Text1 Text2 Text3 คือฟอร์มที่ภายหลังไม่มีใครอ่านคำตอบออก

ลองกรอกเองก่อนส่ง · ปุ่ม Try filling it ส่งฟอร์มกลับมาให้คุณในสภาพเดียวกับที่คนรับจะได้ · กด Tab ไล่ทีละช่องแบบเดียวกับที่เขาจะทำ · ช่องที่สั้นไปไม่กี่มิลลิเมตรจะเห็นทันที แก้ตอนนี้ใช้เวลาหนึ่งนาที ถ้าไม่แก้จะกลายเป็นเรื่องร้องเรียนทีหลัง

12. ไฟล์แนบที่ฝังอยู่ใน PDF ฟรี

แผงไฟล์แนบ
ไอคอนคลิปคือแท็บที่ห้าของแผงซ้าย · เอกสารนี้ไม่ได้พกอะไรมา — ซึ่งคือสิ่งที่ควรเห็นได้ในพริบตา

ไฟล์ PDF พกไฟล์อื่นไว้ข้างในได้ — ตารางคำนวณที่อยู่เบื้องหลังรายงาน ไฟล์ต้นฉบับงานออกแบบ หรือสำเนาเงื่อนไขที่เซ็นแล้ว · มันเดินทางไปกับเอกสารด้วย และคนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่

ไอคอนคลิปหนีบกระดาษบนแผงด้านซ้ายคือแท็บที่ห้า อยู่ข้าง ๆ Pages และ Bookmarks · มันแสดงว่าเอกสารพกอะไรมาบ้าง และให้เพิ่มไฟล์ บันทึกออกมา หรือเอาออกได้

ควรเปิดดูทุกครั้งกับไฟล์ที่ไม่ได้ทำเอง · ไฟล์แนบเป็นวิธีปกติในการส่งตารางคำนวณไปพร้อมรายงาน — และก็เป็นวิธีปกติที่ของบางอย่างจะติดไปด้วยโดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจส่งต่อ · arnPDF เปิดรายการไฟล์แนบให้ดู แต่ไม่รันอะไรทั้งสิ้น การบันทึกออกมาแล้วเปิดเองเป็นการตัดสินใจของคุณ ไม่ใช่ของโปรแกรม

13. เทียบเอกสารสองฉบับ ฟรี

หน้าต่างเทียบเอกสาร
วางสองฉบับเคียงกันและระบายสีจุดที่ต่าง · ตัวเลือกมุมซ้ายบนคือสิ่งที่ต้องตั้งให้ถูก · แถบข้างหน้ากระดาษย่อทั้งแผ่นให้ดู · ส่วนแถบล่างนับจำนวนที่เจอและพาไล่ดูทีละจุด

เปิดไฟล์ทั้งสองแล้วกด Compare · จะได้หน้าต่างที่วางสองฉบับเคียงกันและระบายสีจุดที่ต่าง — สีหนึ่งสำหรับสิ่งที่มีเฉพาะฝั่งซ้าย อีกสีสำหรับสิ่งที่มีเฉพาะฝั่งขวา

บอกมันก่อนว่าเป็นเอกสารคู่แบบไหน

นี่คือค่าที่สำคัญที่สุด และอยู่บนสุดของหน้าต่าง

  • เอกสารที่ถูกแก้ไข — เอกสารเดียวกันสองเวอร์ชัน · ตัวอักษรที่ไม่ได้แก้จะอยู่ตำแหน่งเดิมเป๊ะ อะไรที่ขึ้นสีจึงคือการเปลี่ยนแปลงจริง
  • เอกสารสแกน — สแกนสองรอบ หรือสแกนเทียบกับฉบับพิมพ์ · ไม่มีอะไรตรงกันเป๊ะ ๆ อยู่แล้ว มันจึงยอมให้คลาดได้มากกว่า และจะจัดสองแผ่นให้ตรงกันก่อน
  • ต้นฉบับกับคำแปล — เอกสารเดียวกันคนละภาษา · ความหมายกลับด้าน — หน้าที่ต่างกันทั้งหน้าคือหน้าที่แปลแล้ว ส่วนหน้าที่ไม่ต่างเลยคือหน้าที่ยังไม่ได้แปล

ไล่ดูจุดที่มันเจอ

  • แถบล่างนับจำนวนและพาไล่ดูทีละจุด — F3 ไปจุดถัดไป Shift+F3 ย้อนกลับ เหมือนการค้นหาคำทุกประการ
  • แถบข้างหน้ากระดาษย่อทั้งหน้าให้ดู จะได้เห็นว่าจุดต่างกระจายทั้งหน้าหรือกระจุกอยู่แค่ท้ายกระดาษ
  • Check every page กวาดทั้งคู่แล้วบอกว่าหน้าไหนต่างบ้าง — เป็นวิธีเร็วที่สุดในการหาหน้าเดียวที่มีคนแก้ ในสัญญา 50 หน้า
  • Overlay วางสองแผ่นซ้อนทับกันแทนที่จะวางเคียงกัน

ถ้าสองไฟล์หน้าไม่ตรงกัน ให้ตั้งค่าเยื้องหน้า · ฝั่งหนึ่งมีหน้าปกอีกฝั่งไม่มี จะทำให้ทุกหน้าถูกเทียบกับหน้าที่ผิดและขึ้นสีทั้งฉบับ · หน้าต่างจะคำนวณค่าเยื้องให้แล้วถามยืนยัน — คือช่อง ± ข้างปุ่ม Line up

14. รหัสผ่าน สิทธิ์ ลบข้อมูล และลายเซ็น ฟรี Professional

แท็บ Protect
แท็บนี้มีงานคนละเรื่องกันอยู่ 3 กลุ่ม · กลุ่ม Encryption ใช้ได้ฟรี ส่วน Redaction และ Digital signatures ต้องใช้แผน Professional

ใส่รหัสผ่านให้ไฟล์ ฟรี

Protect ▸ Encrypt · มีรหัสผ่านสองแบบและทำคนละหน้าที่ — แบบหนึ่งต้องใช้เพื่อเปิดไฟล์ อีกแบบใช้เพื่อแก้ไขเท่านั้น จึงให้คนอ่านได้โดยไม่ให้แก้ก็ทำได้

หน้าต่างใส่รหัสผ่าน
รหัสผ่านทั้งสองแบบและสิ่งที่อนุญาตทั้งหมด อยู่ในหน้าต่างเดียว · รหัสแบบไหนไม่ต้องการ ให้เว้นว่างไว้
รหัสผ่านทำอะไร
รหัสสำหรับเปิดเอกสารถ้าไม่มีรหัสนี้ ไม่มีใครเห็นแม้แต่หน้าเดียว · คนที่มีรหัสนี้อ่านเอกสารได้ตามสิทธิ์ที่คุณตั้งไว้ข้างล่าง
รหัสเจ้าของรหัสที่ได้ทุกอย่าง และเป็นรหัสที่ต้องใช้ตอนจะแก้สิทธิ์เหล่านี้ทีหลัง · อย่าส่งไปพร้อมกับไฟล์

สิ่งที่อนุญาต ฟรี

ใต้รหัสผ่านสองช่องคือสิ่งที่คนถือรหัสเปิดเอกสารทำได้จริง — ตัวเลือกสามชุดเดียวกับที่ Acrobat มี เขียนลงไปในไฟล์ที่เดียวกัน Acrobat, Foxit และเบราว์เซอร์จึงเคารพมันเหมือนกัน

ตัวเลือกตั้งได้เป็น
การพิมพ์ไม่อนุญาต · ความละเอียดต่ำ (150 dpi) · ความละเอียดเต็ม · อันกลางให้พิมพ์ออกมาอ่านได้ แต่ไม่ดีพอจะสแกนกลับเป็นไฟล์สวย ๆ
การแก้ไขไม่อนุญาต · จัดเรียงหน้าเท่านั้น (แทรก ลบ หมุน) · กรอกฟอร์มและเซ็นเท่านั้น · กรอกฟอร์ม เซ็น และเพิ่มความเห็น · แก้ไขได้ทั้งหมด
การคัดลอกติ๊กเดียว — ให้เลือกและคัดลอกข้อความกับรูปภาพออกไปได้หรือไม่

การตั้งสิทธิ์ต้องมีรหัสเจ้าของ และหน้าต่างนี้จะไม่ยอมให้ตั้งถ้าไม่มี · PDF ให้ทุกอย่างกับคนที่ถือรหัสเจ้าของ ไม่ว่าจะตั้งค่าไว้ยังไง · ดังนั้นถ้าไม่มีรหัสเจ้าของ หรือมันเป็นตัวเดียวกับรหัสเปิดเอกสาร ทุกคนที่คุณส่งไฟล์ให้ก็คือเจ้าของ — และทุกข้อที่คุณติ๊กจำกัดไว้ก็ไม่มีความหมาย · แทนที่จะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นเงียบ ๆ ทั้งกลุ่มจะเป็นสีเทาจนกว่าจะพิมพ์รหัสเจ้าของลงไป

arnPDF ทำตามสิทธิ์เหล่านี้เอง · เปิดเอกสารที่ห้ามอะไรไว้ ปุ่มบนริบบอนของเรื่องนั้นจะเป็นสีเทา — Print, เครื่องมือมาร์กอัป, Adjust pages, แล้วแต่ว่าไฟล์ห้ามอะไร · เอาเมาส์ชี้ปุ่มสีเทาจะบอกว่าขาดสิทธิ์ข้อไหน แทนที่จะกดแล้วเงียบให้คุณเดาเอง · ถ้าเปิดไฟล์เดียวกันด้วยรหัสเจ้าของ ทุกอย่างกลับมาครบ เพราะนั่นคือความหมายของรหัสเจ้าของ

Redact — ลบข้อมูลออกจริง ๆ Professional

ใช้กับเลขบัตรประชาชน เงินเดือน ที่อยู่ — อะไรก็ตามที่ต้องไม่ติดไปกับฉบับที่ส่งออก

  1. เลือกแบบ Fill (ทึบ), Blur (เบลอ) หรือ Mosaic (โมเสก)
  2. ลากคลุมส่วนที่ต้องการลบ
  3. บันทึกไฟล์

อันนี้ลบออกจริง การวาดกล่องดำทับด้วยเครื่องมือคอมเมนต์เป็นแค่การบัง ตัวหนังสือยังอยู่ในไฟล์และใครก็คัดลอกออกมาได้ · Redact จะเอาข้อความนั้นออกไปเลย — ถ้าจุดประสงค์คือห้ามให้ใครเห็น กล่องดำไม่พอ

Decrypt ถอดรหัสผ่านออก หลังจากที่คุณเปิดไฟล์ด้วยรหัสนั้นแล้ว · ใช้ตอนที่เอกสารส่งมาแบบล็อกไว้ แต่คนที่ต้องใช้ต่อทุกคนต้องการฉบับที่ไม่ต้องใส่รหัส

Remove Hidden — สิ่งที่ไฟล์บอกโดยที่คุณไม่รู้ ฟรี

ไฟล์ PDF พกอะไรมามากกว่าหน้ากระดาษ — ชื่อผู้เขียน โปรแกรมที่สร้าง ฉบับร่างเก่าที่เก็บไว้เป็นเวอร์ชัน ไฟล์แนบ สคริปต์ และชื่อทุกคนที่คอมเมนต์ · ไม่มีอันไหนอยู่บนหน้ากระดาษ และทั้งหมดเดินทางไปกับเอกสาร

Protect ▸ Remove Hidden จะแสดงรายการว่าเอกสารนี้พกอะไรมาจริง ๆ — ชื่อผู้เขียนจริง ชื่อเรื่องจริง ชื่อไฟล์แนบจริง — แล้วให้เอาออกได้ · มันแสดงค่าจริงไม่ใช่แค่จำนวน เพราะคำว่า “ไฟล์แนบ 1 ไฟล์” ไม่พอให้ตัดสินใจ

ทำอันนี้กับทุกอย่างที่จะออกนอกองค์กร · Redact เอาสิ่งที่คุณเห็นและตัดสินใจจะลบออก ส่วนอันนี้เอาสิ่งที่คุณมองไม่เห็นและไม่เคยรู้ว่ามีออก

Find & redact — กวาดทั้งฉบับ Professional

การลากกล่องคลุมทีละจุดใช้ได้กับเอกสารหน้าเดียว · ถ้าเป็นสัญญา 50 หน้า ให้ใช้ Find & redact — มันจะค้นทุกหน้าหาเลขบัตรประชาชน เบอร์โทร อีเมล หรืออะไรก็ได้ที่ตรงกับรูปแบบที่คุณพิมพ์ แล้วปิดทับให้ทุกจุดที่เจอ

มันทำเครื่องหมาย ไม่ได้ลบ · การกวาดจะวางเครื่องหมายปกปิดไว้แล้วหยุดแค่นั้น คุณจึงตรวจได้ทุกจุด ลากออกหรือลบทิ้งก็ได้ และกด undo ครั้งเดียวย้อนทั้งการกวาด · ไม่มีอะไรหายไปจากไฟล์จนกว่าจะบันทึก — และตอนบันทึกมันจะถามก่อนพร้อมนับจำนวนให้ดู

เลขบัตรประชาชนถูกตรวจด้วยเลขหลักตรวจสอบของตัวมันเอง เลขรุ่นสินค้าหรือเลขที่ออเดอร์จึงไม่โดน · ส่วนเบอร์โทรไม่มีตัวตรวจแบบนั้น ควรดูให้ครบก่อนบันทึก — ซึ่งเป็นเหตุผลที่มันหยุดแค่ทำเครื่องหมาย

ลายเซ็นดิจิทัล Professional

Sign เซ็นเอกสารด้วยใบรับรอง · Validate ตรวจลายเซ็นที่คนอื่นเซ็นมา · Digital IDs จัดการใบรับรองของคุณเอง · นี่คือลายเซ็นเชิงรหัสวิทยา ที่พิสูจน์ได้ว่าเอกสารไม่ถูกแก้หลังเซ็น ไม่ใช่ภาพลายเซ็นที่เขียนด้วยมือ

ใต้หัวข้อ Permissions ในหน้าต่างเซ็น คืออีกสิ่งที่ลายเซ็นทำได้ — รับรอง (certify) เอกสารและล็อกว่าหลังจากนี้แก้อะไรได้บ้าง · รับรองแบบห้ามแก้ทุกอย่าง / ให้กรอกฟอร์มและเซ็นได้ / ให้กรอกฟอร์ม เซ็น และคอมเมนต์ได้ · อันนี้แข็งแรงกว่าสิทธิ์จากรหัสผ่านข้างบน เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ถูกเซ็น — ผิดกฎเมื่อไหร่ ลายเซ็นจะฟ้องตัวเองว่าเสียใน Acrobat บนเครื่องไหนก็ตาม โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่านเลย · เหมาะกับสัญญาที่ส่งออกไปให้เซ็นและต้องกลับมาโดยไม่มีอย่างอื่นถูกแตะ

Add a trusted timestamp เปิดไว้ให้ตั้งแต่แรก · มันประทับเวลาจากเซิร์ฟเวอร์อิสระแทนนาฬิกาของเครื่องนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ลายเซ็นยังตรวจสอบได้หลังใบรับรองหมดอายุ · ส่งออกไปเฉพาะค่าแฮช ไม่เคยส่งตัวเอกสาร

ถ้าอยากได้ภาพลายเซ็นลายมือ ให้ใช้ปุ่ม Sign ในแท็บ Comment แทน — อันนั้นคือแบบที่ใช้ทุกวันสำหรับเซ็นอนุมัติใบเสนอราคา และใช้ได้ฟรี ฟรี

15. ฟีเจอร์ AI Professional

แท็บ AI
แท็บ AI · To Thai และ To English คืนคำแปลมาเป็นข้อความไว้อ่าน ส่วน Translate page อันที่สาม คือตัวที่เขียนเอกสารใหม่ทั้งฉบับ

แท็บ AI จะโผล่ก็ต่อเมื่อตั้งค่าผู้ให้บริการใน Settings ▸ AI แล้ว · arnPDF ไม่มี AI ของตัวเอง คุณเป็นคนเอามาต่อเอง แปลว่าคุณเป็นคนตัดสินใจว่าใครจะได้เห็นเอกสารและมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

  • Assistant — สรุปเอกสารตามความยาวที่ต้องการ แล้วถามต่อได้เรื่อย ๆ · Ask ใช้ถามคำถามเดียวตรง ๆ
  • To Thai และ To English — แปลภาษา ทั้งสองทาง
  • Extract data และ Keywords — ดึงตัวเลขและวันที่ออกมา หรือดึงคำสำคัญของเอกสาร

To Markdown — ทั้งเอกสารออกมาเป็นข้อความ Professional

To Markdown ให้ AI อ่านทุกหน้าจากภาพของหน้านั้น แล้วเขียนเอกสารออกมาเป็น Markdown — หัวข้อยังเป็นหัวข้อ รายการยังเป็นรายการ ตารางยังเป็นตาราง · มันอ่านไฟล์สแกนได้ดีเท่ากับอ่าน PDF ที่มีตัวหนังสือ เพราะมันดูที่หน้ากระดาษ ไม่ได้ไปงมข้อความในไฟล์ · นี่คือสิ่งที่ต่างจาก Export ▸ Text ซึ่งคืนได้แค่สิ่งที่มีอยู่ในไฟล์อยู่แล้ว

มันนับจำนวนหน้าและถามก่อนส่งอะไรออกไป บอกว่ากำลังจะส่งไปหาผู้ให้บริการเจ้าไหน และกดหยุดกลางคันได้ · หน้าที่อ่านไม่สำเร็จจะถูกทำเครื่องหมายไว้ตรงตำแหน่งของมันในผลลัพธ์ ไม่ใช่หายไปเงียบ ๆ · ผลที่ได้แก้ในหน้าต่างได้ก่อนจะคัดลอกหรือบันทึก

นี่คือส่วนเดียวที่ส่งเอกสารของคุณออกไปข้างนอก สิ่งที่คุณถาม AI จะถูกส่งไปยังผู้ให้บริการที่คุณตั้งค่าไว้ ส่วนอื่นของ arnPDF อยู่ในเครื่องคุณทั้งหมด · ถ้าอยากใช้ AI โดยไม่ให้อะไรออกจากองค์กร ให้ต่อกับโมเดลที่รันในเครื่อง เช่น Ollama หรือ LM Studio ก็ได้

16. แปลทั้งเอกสาร Professional

AI ▸ To Thai และ To English คืนคำแปลกลับมาเป็นข้อความไว้อ่าน · ส่วน Translate page ซึ่งเป็นปุ่มที่สามในกลุ่มนั้น เป็นคนละเรื่องกันเลย — มันเขียนเอกสารใหม่ โดยวางคำแปลแต่ละบรรทัดกลับลงบนเส้นฐานเดิมของบรรทัดนั้น และไม่แตะเส้นตาราง ไดอะแกรม หรือรูปภาพเลย · สิ่งที่ได้คือเอกสารฉบับเดิมในอีกภาษาหนึ่ง ไม่ใช่กองข้อความ

หน้าต่างแปลทับหน้า
ภาษาต้นทางปล่อยเป็น Detect automatically ได้ · บรรทัดล่างสุดคือสิ่งที่ต้องอ่าน — คำแปลจะเปิดในแท็บใหม่ และเอกสารนี้ไม่ถูกแก้

เอกสารของคุณไม่ถูกแตะ · คำแปลมาเป็นแท็บใหม่ ต้นฉบับยังเปิดอยู่ข้าง ๆ และไม่มีอะไรถูกเขียนทับ · ถ้าจะเก็บไว้ก็บันทึกแท็บใหม่

เลือกว่าจะแปลแค่ไหน

This page only หรือ Every page · เอกสารที่ไม่เคยแปลมาก่อน ควรลองหน้าเดียวก่อน — ค่าใช้จ่ายเพียงเศษเสี้ยวของทั้งไฟล์ แต่เห็นเลยว่าผลจะออกมาหน้าตาแบบไหน

  • เลขรุ่น มาตรฐาน หน่วย URL และชื่อยี่ห้อถูกเก็บไว้ตามเดิม — RS485 ก็ยังเป็น RS485
  • ถ้าคำแปลยาวกว่าที่ว่างที่มี ตัวอักษรจะถูกย่อลงแทนที่จะปล่อยให้ล้นทับเส้นตาราง · หน้าต่างจะบอกว่ามีกี่บรรทัดที่ต้องย่อ
  • บรรทัดที่ย่อจนเล็กสุดแล้วยังไม่พอ จะถูกปล่อยไว้เป็นภาษาเดิม และจำนวนจะถูกรายงานให้ทราบ ไม่ได้ซ่อนไว้

ตรวจเอกสารที่แปลแล้วเทียบกับต้นฉบับด้วย · หน้าต่าง Compare (หัวข้อ 13) มีโหมด ต้นฉบับกับคำแปล ไว้สำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ — มันกลับด้านการอ่านผล หน้าที่ออกมาว่า “ไม่ต่างเลย” คือหน้าที่การแปลตกไป

17. แผนการใช้งาน ซื้อและย้ายไลเซนส์

ยังไม่เปิดขาย — ทุกอย่างใช้ฟรีถึง 31 ธันวาคม 2569 · ช่องทางชำระเงินยังไม่เปิด ตอนนี้จึงยังซื้อแผนไหนไม่ได้ และฟีเจอร์ที่ต้องจ่ายทั้งหมดเปิดให้ใช้ไปก่อน · แผนข้างล่างคือราคาที่จะเป็นเมื่อเปิดขายแล้ว · ระหว่างนี้ให้อ่านเป็นคำอธิบายว่าเส้นแบ่งจะอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ใบเรียกเก็บเงิน

แต่ละแผนได้อะไรบ้าง

โปรแกรมบอกคุณเองได้ — ไปที่ Help ▸ License แล้วกางหัวข้อ What each plan includes · มันบอกว่าคุณอยู่แผนไหน และแต่ละแผนมีอะไรบ้าง · ข้อความนั้นอ่านมาจากรายการเดียวกับที่โปรแกรมใช้ตรวจสิทธิ์ จึงล้าสมัยไม่ได้

รายการว่าแต่ละแผนได้อะไรบ้าง ในหน้าไลเซนส์
ฟรีตลอดไป แล้วตามด้วยสิ่งที่ Standard เพิ่มให้ และสิ่งที่ Professional เพิ่มขึ้นไปอีก
  • Free — เปิด อ่าน และพิมพ์; โหมดอ่านเต็มจอ, หนังสือขวาไปซ้าย, หมุดและการอ่านต่อ, รูปแบบการอ่านทั้งหมด และเครื่องมือมือ; เครื่องมือคอมเมนต์และมาร์กอัปทั้งหมด; หมุน สลับ แทรก ดึงออก ลบ รวม แยก และครอบตัดหน้า; กรอกฟอร์ม; ใส่รหัสผ่าน; และการเปิด ตรวจจับ และดูตัวอย่างหนังสือสแกนทั้งเล่ม ฟรี
  • Standard เพิ่มการบันทึกหนังสือสแกนที่จัดใหม่, OCR, ลายน้ำแบบรูปภาพและหน้าต่าง Manage, และหัว-ท้ายกระดาษกับเลขหน้า Standard
  • Professional เพิ่มลายเซ็นดิจิทัล, Redact และฟีเจอร์ AI Professional

ช่วงทดลองใช้

เครื่องที่เพิ่งติดตั้งใหม่จะได้สิทธิ์ระดับ Professional เป็นเวลา 60 วัน — ไม่ต้องใช้บัตร ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องลงทะเบียนอะไรเลย · เมื่อครบกำหนด สิ่งที่เคยใช้ฟรีจะไม่ถูกยึดคืน โปรแกรมส่วนหลักยังทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง มีเพียงฟีเจอร์ที่ต้องจ่ายเท่านั้นที่หยุด

ทำไมเป็น 60 ไม่ใช่ 30 · เพราะรุ่นแรก ๆ นี้มีอัปเดตบ่อยพอที่ 30 วันจะหมดกลางคัน · เวอร์ชันถัด ๆ ไปจะกลับไปเป็น 30 วันตามปกติ และคนที่เริ่มด้วย 60 วันจะยังได้ 60 วันเหมือนเดิม

หน้าต่างไลเซนส์
Help ▸ License · ระหว่างช่วงทดลองใช้ ตรงนี้จะบอกว่าเหลืออีกกี่วันจาก 60 วัน

ซื้อไลเซนส์

นี่คือขั้นตอนตอนที่เปิดขายแล้ว · ระหว่างนี้ขั้นตอนข้างล่างจะนำไปสู่คำขอที่ยังไม่มีใครชำระเงินได้

  1. ไปที่ Help ▸ License
  2. กด ส่งคำขอ · คุณจะได้รหัสอ้างอิงหน้าตาแบบ REF-ABCD-1234
  3. ชำระเงินแล้วแจ้งรหัสนั้น เพื่อให้เราจับคู่การชำระเงินกับคำขอของคุณได้
  4. พอเราออกคีย์ให้ ไลเซนส์จะเปิดใช้งานเอง ไม่ต้องมาวางคีย์เอง

เราไม่ขอชื่อและอีเมลของคุณ ไลเซนส์ผูกกับรหัสเครื่องและรหัสอ้างอิงเท่านั้น ซึ่งเพียงพอแล้ว · ถ้าต้องการใบเสร็จในชื่อของคุณหรือบริษัท ให้เลือกตัวเลือกนั้นแล้วช่องกรอกจะโผล่ขึ้นมา

เปลี่ยนเครื่อง

ไลเซนส์ใช้ได้เครื่องเดียว · ถ้าจะย้าย ให้กด ย้ายเครื่อง ที่เครื่องเก่าก่อน ไลเซนส์จะหยุดทำงานที่นั่นและได้รหัสมาแจ้งเรา แล้วเราจะออกคีย์ให้เครื่องใหม่ · การทำตามลำดับนี้คือสิ่งที่กันไม่ให้ไลเซนส์ใบเดียวกลายเป็นสองใบ

ขอคืนเงิน

ภายใน 30 วัน ไม่ต้องบอกเหตุผล · กด ขอคืนเงินและยกเลิกไลเซนส์นี้ ในหน้าไลเซนส์ ไลเซนส์จะถูกถอดออกจากเครื่องและคุณจะได้รหัสมาแจ้งเรา แล้วเราคืนเงินให้เต็มจำนวน

18. คีย์ลัด ฟรี

ดูรายการเต็มได้ที่ Help ▸ Shortcuts ในโปรแกรม ซึ่งตรงกับเวอร์ชันที่คุณใช้อยู่เสมอ

หน้าต่างคีย์ลัด
หน้าต่างนี้เลื่อนได้ — ด้านบนเป็นไฟล์ ค้นหา และแก้ไข เลื่อนลงไปเป็นการย่อขยายและเรื่องการอ่านทั้งหมด

4 อันที่ควรจำก่อนเพื่อน — Ctrl S บันทึก · Ctrl F ค้นหา · Ctrl Z ย้อนกลับ · Esc วางเครื่องมือที่หยิบมา

การอ่าน ฟรี

ปุ่มทำอะไร
F11เปิดโหมดอ่านเต็มจอ และกดซ้ำเพื่อออก
Escออกจากโหมดอ่าน · ที่อื่นใช้วางเครื่องมือมาร์กอัปที่หยิบไว้ · ในหน้า Book scan ใช้ปล่อยมุมที่จับอยู่
พลิกหน้า — ทั้งในโหมดอ่าน และในรูปแบบสองหน้า/แบบหนังสือ
Ctrl Bปักหมุดหน้าที่เปิดอยู่ · กดซ้ำเพื่อเอาหมุดออก

วัตถุบนหน้ากระดาษ ฟรี

ใช้กับทุกอย่างที่คุณวางลงบนหน้า — รูปทรง โน้ต กล่องข้อความ ตราประทับ หรือรูปภาพ

ปุ่มทำอะไร
Ctrl C X Vคัดลอก ตัด และวางวัตถุที่เลือกไว้ · ถ้าไม่ได้คัดลอกของจากในโปรแกรม Ctrl+V จะวางสิ่งที่อยู่ในคลิปบอร์ดของ Windows แทน — รูปเป็นรูป ข้อความเป็นกล่องข้อความ
Deleteลบวัตถุที่เลือก
ขยับทีละนิด · กด Shift ค้างจะขยับทีละมาก
Shift + ลากที่มุมบนรูปทรง = คงสัดส่วน · บนรูปภาพจะตรงข้าม เพราะมันคงสัดส่วนให้อยู่แล้ว Shift คือตัวที่ปล่อยให้ยืดอิสระ
Ctrl Shift + ลากที่มุมทำให้รูปทรงเป็นจัตุรัสหรือวงกลมพอดี
Shift + หมุนหมุนทีละ 15°
Enterรับการครอป · คลิกที่ไหนก็ได้นอกรูปก็ได้ผลเหมือนกัน
Escออกจากการครอป · ที่อื่นใช้วางเครื่องมือที่หยิบมา

ในโหมดอ่านเต็มจอ ฟรี

ปุ่มทำอะไร
Space PgDn อ่านต่อไปข้างหน้า · PgUp และ ย้อนกลับ
Home Endไปหน้าแรก หรือหน้าสุดท้าย
1 2ทีละหน้าเดียว หรือกางคู่สองหน้า
3จุดเริ่มของหน้าคู่ — วนจำนวนหน้าที่ยืนเดี่ยวตอนต้นเล่ม 0–3 หน้า สำหรับเล่มที่มีปกหน้าและปกใน
4ทิศทางการอ่าน — ซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้ายแบบมังงะ

ในหน้าต่างเทียบเอกสาร Standard

F3จุดต่างถัดไป
Shift + F3จุดต่างก่อนหน้า
เปลี่ยนหน้า
Escปิดหน้าต่าง

ในหน้า Book scan ฟรี

ปุ่มทำอะไร
ขยับมุมที่คลิกไว้ ทีละ 1 พิกเซลของภาพตัวอย่าง
Shift + ←↑→↓ขยับทีละ 10 พิกเซล
Escปล่อยมุมนั้น

ยังติดอยู่ใช่ไหม เขียนมาที่ support@arnpdf.com แล้วเล่าว่ากำลังพยายามทำอะไรอยู่ · มีคนจริง ๆ อ่านนะครับ